si i love you ...

s i .....

ฉันรักเธอ

จะต้องสู้ต่อไป อีกนานแค่ไหนก็รอ..ด้าย ย ย ..

ฮือๆ-ๆ-ๆ-ๆ

กรูล่ะเซ็.ง....................."


ฤารักฉันจัดเป็นเพียงความฝัน ไม่มีวันนั้นวันที่ใจเต็มดวง..' ' '

อย่าคิดมากเลย อย่าหวั่นไหว ตั้งใจเรียน ๆ-ๆ-ๆ

เอ่ ่ ่ อ อ อ อ..!!

อนาคตของชั้นต้องมาก่อน แง่ว ว ว ว ว ว ว ว...

s i

ทุกดวงใจคือ ความดี. อิอิ

~.. love and care..

มีแต่คำว่ารักและความหวังดี...

ความรักยากนักที่จะเข้าใจ...
ใช่... มันคือความจริง
ถามใคร ก็คงไม่มีใครตอบได้ถูกใจเราหรอก
ว่า... มันคืออะไร

ถามใจตัวเองสิ ถามว่ารักใคร แล้วรักเค้าแบบไหน
หากรักด้วยความหวังดีไม่หวังสิ่งใดตอบแทน... ก็รักต่อไป
บางครั้ง... เราไม่จำเป็นต้องบอกให้เค้ารู้ก็ได้
เพียงแค่เห็นเค้าก็รู้สึกดีแล้วไม่ใช่หรอ



แต่หากรักเค้า...
แล้วอยากอยู่เคียงข้างกันไปตลอด ก็บอกให้เค้ารู้ไปเลย
ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไปนะ...
... ก่อนถึงวันนั้น...
วันที่เราไม่อาจที่จะบอกรักใครได้อีก
หรืออาจไม่มีเค้าให้เราได้บอกรัก...

ความรักไม่จำเป็นต้องหวังสิ่งใดมากมาย
แค่ได้รู้ใจตัวเองว่ารักใคร... ก็เพียงพอแล้ว

วันหนึ่งที่พ่อ … ต้องปล่อยหนูไป

~ ~

คำเตือน : อ่านเรื่องนี้แล้ว อาจทำให้ไม่อยากแต่งงาน อิอิ

วันพ่อ


ตอนที่หนูเป็นเด็ก …
หนูสอนให้พ่อรู้ว่า … ถ้าหนูก้มเอาหน้าผากแตะพื้น
แปลว่าช้อนเมื้อกี้เป็นช้อนสุดท้าย แล้วหนูจะไม่หม่ำอีกเด็ดขาด
ไม่ว่าพ่อจะมาไม้ไหนก็ตาม

หนูสอนให้พ่อรู้ว่า …ตอนนี้พจนานุกรมหนูมี 3 คำนี้
มี้อาว แปลว่า ไม่เอา
มะ แปลว่า แม่
จิ แปลว่า ฉี่
(ซึ่งบางครั้งพ่อก็ต้องเดาเอาว่า จะฉี่ หรือ ฉี่ไปแล้วจงไปตามเช็ดด้วย)

หนูสอนให้พ่อรู้ว่า … วันที่พ่อกลับเร็วนั้น
มีความหมายกับหนูแค่ไหน
หนูสอนให้พ่อรู้ว่า …หนูกินไม่เลือกเหมือนพ่อนั่นแหละ
หนูสอนให้พ่อรู้ว่า … อย่ารัดจุกหนูกลางหัว
เพราะเวลาหนูคันหัวหนูจะเกาจนมันหลุด ให้รัดค่อนมาทางหน้าผาก

หนูสอนให้พ่อรู้ว่า … ถ้าหนูมาเกาะขาแล้วชี้ไปที่ไหน
แปลว่า สิ่งนั้นมันทำให้หนูเจ็บหรือไม่ชอบใจ
(ซึ่งบางทีหนูก็เกาะขาแม่แล้วชี้มาที่พ่อ)

หนูสอนให้พ่อรู้ว่า …ถ้าหนูยังไม่หลับ
อย่าหวังว่าใครในบ้านจะได้หลับ(อย่างเป็นสุข)
หนูสอนให้พ่อรู้ว่า … การจัดบ้านให้เป็นระเบียบนั้น
…เป็นการเสียเวลาและพลังงานโดยเปล่าประโยชน์

หนูสอนให้พ่อรู้ว่า …เมื่อหนูตื่นมากลางดึก
ถ้าพ่อตบก้นหนูเบา ๆ แล้วหนูยังไม่หลับต่อ
แปลว่าหนูหิวน้ำ จงเอาขวดน้ำมาใส่ปากหนูซะดี ๆ
... ไม่งั้นพ่อไม่ได้หลับต่อแน่ ๆ
หนูสอนให้พ่อรู้ว่า …ราคาของผ้าอ้อมสำเร็จรูป
…ไม่มีความสัมพันธ์ต่อจำนวนครั้งที่หนูจะตื่นมากลางดึก

หนูสอนให้พ่อรู้ว่า … อย่าลืมปล่อยหนูเล่นน้ำนานเกิน 10 นาที
เพราะหนูจะเป็นหวัด แล้วคนที่เดือดร้อนก็พ่อนั้นแหละ
หนูสอนให้พ่อรู้ว่าถ้าหนูนอนไม่หลับ
…ให้เอามือหนูมาแปะไว้ที่หน้าพ่อแล้วหนูจะหลับได้ง่ายขึ้น
(แต่ตอนตื่นมักจะกลายเป็นเท้าหนูเวียนมาอยู่บนหน้าพ่อแทนอยู่ร่ำไป)

หนูสอนให้พ่อรู้ว่า …
แล้ววันหนึ่งที่ … ความรักของพ่อ
ถูกมองว่าน้อยกว่าความรักผู้ชายอีกคนหนึ่ง

คำพร่ำเตือนสอนสั่งของพ่อ …
เสียงดังน้อยกว่าคำออดอ้อนของผู้ชายคนนั้น

ความห่วงใยของพ่อ …
มีค่าน้อยกว่าที่จะปฏิเสธคำขอผู้ชายคนนั้น

อ้อมกอดของพ่อ …
ดูเหมือนจะอบอุ่นน้อยไปกว่าอ้อมกอดของผู้ชายคนนั้น

พ่อหวังแค่เพียงว่า …
ผู้ชายคนนั้นจะรักและทนุถนอมหนูได้เพียงครึ่งที่พ่อรักหนู

ขอแค่ไม่ยอมแพ้ ..



ชายคนหนึ่งเพิ่งจะมาพูดได้ตอนอายุ 4 ขวบ
ชายคนนั้น...เพิ่งจะมาอ่านหนังสือออกตอนอายุ 8 ขวบ
ชายคนนั้น...เคยถูกไล่ออกจากโรงเรียน
ชายคนนั้น...เคยถูกปฎิเสธจากโรงเรียนอาชีวะแห่งซูริค
ชายคนนั้น...เคยถูกอาจารย์ระบุว่า
"สมองช้า ไม่ชอบสังคมและล่องลอยอยู่ในความฝันอันโง่เขลาของตัวเองตลอดเวลา"
ชายคนนั้น...ชื่อ "อัลเบิร์ต ไอสไตน์" บิดาแห่งปรมาณู


ชายคนหนึ่งเคยถูกปฎิเสธจากโรงเรียนเตรียมทหารเวสต์พอยต์
ชายคนนั้น...ลองสมัครใหม่ดูอีกที
ชายคนนั้น...ถูกปฎิเสธอีกครั้ง
ชายคนนั้น...พยายามเป็นครั้งที่สาม
ชายคนนั้น...ได้รับอนุญาตให้เข้าเรียน
ชายคนนั้น...ได้เป็นทหารสมใจ
ชายคนนั้น...เข้าไปอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่สองได้สำเร็จ
ชายคนนั้น...ชื่อ "นายพล ดักลาส แมคอาเธอร์" ผู้พิชิตแปซิฟิคแห่งสงครามโลกครั้งที่สอง



ชายกลุ่มหนึ่ง...เป็นนักดนตรี
ชายกลุ่มนั้น...เคยถูกปฎิเสธจากผุ้บริหารคนหนึ่งจากบริษัทเดคคาเรคคอร์ติ้ง
ชายกลุ่มนั้น...ถูกปฎิเสธด้วยเหตุผลที่ว่า "เราไม่ชอบเสียงเพลงของพวกเขา
และกลุ่มนักดนตรีที่เล่นกีตาร์กำลังจะหมดสมัยแล้ว"
ชายกลุ่มนั้น...มีนามว่า "เดอะ บีเทิลส์" สี่เต่าทองแห่งตำนาน



ชายคนหนึ่ง...เป็นนักกีฬา
ชายคนนั้น...เล่นบาสเกตบอลให้กับทีมโรงเรียนมัธยม
ชายคนนั้น...เคยถูกคัดออกจากทีมโรงเรียน
ชายคนนั้น...ชื่อ "ไมเคิล จอร์แดน" หนึ่งในนักกีฬาบาสเกตบอลที่ทำเงินมากที่สุดในโลก



ชายคนหนึ่ง...เป็นนักแต่งเพลงชาวเยอรมัน
ชายคนนั้น...สูญเสียความสามารถในการฟังลงเรื่อยๆ
ชายคนนั้น...หูหนวกสนิทเมื่อมีอายุได้ 46 ปี
ชายคนนั้น...ได้ใช้ช่วงเวลาบั้นปลายชีวิตประพันธ์เพลงที่ยอดเยี่ยมที่สุด
ชายคนนั้น...ชื่อ "ลุดวิก ฟาน บีโธเฟน" นักประพันธ์เพลงชื่อก้องโลก



ชายคนหนึ่งสอบตกประถม 6
ชายคนนั้น...เคยมีชีวิตที่พ่ายแพ้และล้มเหลวมาตลอด
ชายคนนั้น...ล้วนทำประโยชน์ครั้งใหญ่ๆเมื่อเขากลายเป็นผู้สูงอายุแล้ว
ชายคนนั้น...ได้เป็นนายกรัฐมนตรีอังกฤษเมื่ออายุ 62 ปี
ชายคนนั้น...ชื่อ "วินสตัน เชอร์ชิล" อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ



ชายคนหนึ่งเรียนปริญญาตรี
ชายคนนั้น...เคยถูกจัดให้เป็นแค่นักศึกษาระดับกลางเท่านั้น
ชายคนนั้น...เคยสอบได้อันดับที่ 15 จากนักศึกษา 22 คนในวิชาเคมี
ชายคนนั้น...ชื่อ "หลุยส์ ปาสเตอร์"



ชายคนหนึ่งเป็นนักร้อง
ชายคนนั้น...เคยถูกผู้จัดการของ แกรนด์โอเลโอเพรย์ไล่ออก
ชายคนนั้น...เคยโดนดูถูกว่า "แกมันไปไม่ถึงไหนเลย แกควรกลับไปขับรถบรรทุกมากกว่า"
ชายคนนั้น...ชื่อ "เอลวิส เพรสลีย์"



หญิงคนหนึ่งเป็นนางแบบผู้เปี่ยมไปด้วยความหวัง
หญิงคนนั้น...ทำงานให้กับบริษัทบลูบุ๊คโมเดลลิ่งเอเจนซี่
หญิงคนนั้น...เคยโดนผู้อำนวยการบริษัท บลูบุ๊คโมเดลลิ่งเอเจนซี่ดูถูกว่า
"เธอควรไปเรียนด้านเลขาฯ หรือไม่ก็แต่งงานเสียดีกว่า"
หญิงคนนั้น...ชื่อ นอร์มา จีน เบเกอร์ หรือที่รู้จักกันในนาม "มาริลีน มอนโร" นั่นเอง



ชายคนหนึ่ง หลงใหลวิชาการเงินอย่างมาก
ชายคนนั้น...ยื่นใบสมัครกับมหาวิทยาลัยธุรกิจฮาวาร์ดอันเลื่องชื่อ
ชายคนนั้น...ถูกปฎิเสธในเวลาต่อมา
ชายคนนั้น...ไม่ยอมแพ้ เดินหน้าเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยธุรกิจโคลัมเบีย
ชายคนนั้น...สำเร็จการศึกษา
ชายคนนั้น...ปัจจุบันมีสินทรัพย์รวมกว่า 44,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จากเงินลงทุนเพียง 100 เหรียญสหรัฐ
ชายคนนั้น...ชื่อ "วอเรน บัฟเฟตต์" นักลงทุนอัจฉริยะ อภิมหาเศรษฐีอันดับสองของโลก



ชายคนหนึ่ง หลงใหลในคอมพิวเตอร์อย่างมาก
ชายคนนั้น...ชอบหมกตัวกับคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ
ชายคนนั้น...ถูกเพื่อนมองว่า "สกปรก - บ้าคอมพิวเตอร์"
ชายคนนั้น...เคยเสนอซอฟแวร์ระบบให้กับ แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์
ชายคนนั้น...ถูกปฎิเสธอย่างไม่ใยดี
ชายคนนั้น...ปัจจุบันคือผู้ให้การช่วยเหลือด้านเงินทุนกับ แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์
ชายคนนั้น...เคยถูก ไอบีเอ็ม มองว่า "แค่เด็ก"
ชายคนนั้น...ปัจจุบันเป็นผู้นำบริษัทซอฟแวร์ที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลก
ชายคนนั้น...ชื่อ วิลเลี่ยม เฮนรี่ เกตส์ ที่สาม หรือที่รู้จักกันในนาม "บิลล์ เกตส์" ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟต์ มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก ผู้ถือครองสินทรัพย์กว่า 46,000 ล้านเหรียญ



เราเชื่อว่าทุกคนเคยแพ้ เราเชื่อว่าทุกคนเคยล้มเหลว
แต่คนแพ้ไม่ใช่คนที่ล้มเหลว



คนล้มเหลวคือ...คนที่ล้มเลิกต่างหา

love history...

ตำนานรักคิวปิดและไซคี






ณ ห้วงฟ้าหนึ่ง.. " ไซคี " สาวน้อยแสนสวย.. เธอผู้มีความงามเหนือใครๆ ในโลกา..หรือแม้แต่เทพีแห่งความงามเอง ยังโกรธแค้น เมื่อผู้คนหันไปบูชาเด็กสาวชาวมนุษย์ มากกว่า..
" เจ้าจงทำให้นางหลงรักสัตว์ ป่าที่ชั่วร้าย " เทพีวีนัสเอ่ยกับบุตรชาย.. คิวปิด.. หากมิใย คิวปิดจะทำเช่นนั้นได้ลงคอ.. อำนาจของเทพแห่งความรัก ยังมิอาจทานความงามนี้ได้.. ดุจดังแผงศรนั้นแก่ตัวเอง..ด้วยความงามอันเลอเลิศนี้.. แต่มิมีผู้ใดมาจับจองสู่ขอ..บิดาของไซคีจึงได้ไปอ้อนวอนต่ออะพอลโล..เทพผู้ยิ่งใหญ่ให้ช่วยหาคู่ที่มีพลังอำนาจให้ไซคี.. อะพอลโล.. ผู้ซึ่งทราบความเป็นไปทั้งหมดจากคิวปิดแล้ว จึงได้ตอบรับคำขอนั้น..

" เจ้าจงนำไซคี ไปไว้ที่ยอดเขาที่สูงที่สุดในป่าลึกด้านนั้น.. " น้ำเสียงทรงพลังอำนาจ..
"จะมีพญาอสรพิษที่น่าสะพรึงกลัวด้วยพลังอำนาจมารับนางไปเป็นชายา.. "

ไซคีผู้เลอโฉม จึงตกอยู่ในภาวะจำยอม แห่งคำเทพยวาจานั้น..ณ ที่ๆ สูงที่สุดของภูเขาในป่าลึก.. ไซคียืนอยู่เดียวดาย.. ขณะนั้นเอง ได้มีสายลมที่อ่อนโยน พัดพานางไปในที่ๆ ตระการตา.." ที่นี่.. คือที่ของเจ้า".. น้ำเสียงที่ไพเราะที่สุด ดังขึ้น ในโสตประสาท.."ท่านคือใคร !? .. " นางเอ่ยด้วยเลียงตระหนก.."ข้าคือ สามีเจ้า.. " น้ำเสียงช่างอ่อนโยน.. ราวกับจะพรากความกลัวออกไปโดยสิ้นเชิง.."ท่านอยู่ที่ใด.. เหตุไฉน จึงไม่เผยกายออกมา.. "แต่ตอนนี้ นางรู้ดีว่า.. ณ ที่แห่งนี้.. มิมีอันตรายกับนางแน่นอน..ทุกวัน.. นางได้ทานของดีๆ.. ได้เดินดูสิ่งที่สวยงามรอบประสาท.. เพชรนิลจินดามากมาย.. นางมีความสุขมาก กับสามี ที่นางไม่เคยได้เห็นหน้า.. ได้ยินแต่เสียง.. แต่ในทุกค่ำคืน.. ในยามที่มืดมิด.. นางจึงสามารถ สัมผัสผู้ที่เป็นสามีนางได้.. " ความรัก.. มิจำเป็นต้องแลเห็น " .. อ*กอย่างที่นางสัมผัสได้ก็คือ.. สามีนางคนนี้.. ไม่ใช่พญาปีศาจที่น่ากลัวเลย.. 'เค้าเป็นใครกันแน่..!?' นางได้แต่คิด.. แต่ก็ไม่ใส่ใจ.. ขอเพียงในยามนี้ เธอมีความสุข. ก็พอ..


กล่าวถึง ครอบครัวของ ไซคี.. เมื่อนางได้หายไปกับสายลม.. และไม่ได้ติดต่อกับทางบ้านอกเลย.. ทุกคนจึงได้ลงความเห็นว่า.. ไซคี คงได้ถูก ปิศาจ กลืนกินไปแล้วเสียแน่แท้.. จึงได้แต่งตัวด้วยผ้าสีโศก.. ดุจไว้อาลัยแด่นางผู้เลอโฉม.. และเฝ้าร่ำไห้ ปานขาดใจ ถึงนางน้อยอันเป็นที่รักของทุกคน.. ไซคีเห็นดังนั้น จึงได้แต่กระวนกระวายใจ.. ใจหนึ่ง ก็ไม่อยากจากผู้เป็นที่รัก.. อ*กใจหนึ่งก็ ไม่อยากปล่อยให้พี่น้องครอบครัว เข้าใจผิดอยู่อย่างนั้น.. วันหนึ่ง นางจึงได้เอ่ยปากบอกสามีนาง เพื่อกลับบ้านไปสัก สองวัน เพื่อ บอกครอบครัวว่า นางสบายดี และมีความสุข.." อย่ากลับไปเลย.. มันจะทำให้เกิดเรื่องยุ่งยาก "... สามีนางบอกเช่นนั้น..

นับวัน.. พ่อแม่พี่น้อง ยังไม่สามารถหักใจกับสิ่งที่คิดไปเองได้.. ทำให้ไซคียิ่งลำบากใจ.. และ.. นางได้จากบ้านมานานแล้วเช่นกัน.. รวมทั้ง ยิ่งห้ามเหมือน ยิ่งยุ.. ทำให้ ไซคีเอ่ยปากอ้อนวอนกับสามีอีกครั้ง..
" ข้าจะรีบไป แล้วรีบกลับให้เร็วที่สุด.. จะไม่เถลไถล.. ข้าให้สัญญาว่า.. ข้าจะกลับมาที่นี่แน่นอน.. เพียงขอให้ข้าได้กลับไปกราบพ่อสักหน.. ไปร่ำลา.. และบอกกับพวกเค้าว่า ข้าสบายดี เท่านั้น.. เพื่อที่พวกเค้าจะได้ไม่ต้อง ทุกข์ทรมาน ใจเช่นนี้.. ซึ่งทำให้ข้า ไม่มีความสุขด้วยเช่นกัน.. " ..
เมื่อถูกอ้อนวอนถึงสองครั้งสองครา.. ใยเล่า สามีผู้ใจดีจะปฏิเสธได้ลงคอ..
" ตามใจเจ้าเถิด.. แต่ข้าเตือนอย่างนึง.. อย่าเชื่อในสิ่งที่ พวกเค้าพยายามให้เจ้าทำกับข้าเด็ดขาด.. ความยุ่งยาก จะเกิดขึ้น"
ไซคีรับคำ และออกเดินทาง กลับบ้านในวันรุ่งขึ้น..
เมื่อกลับถึงบ้าน.. ไซคีและญาติพี่น้อง ต่างพากันดีใจที่ ไซคียังมีชีวิตอยู่.. แต่ก็ยังมิวาย หวาดกลัวว่า สักวัน ไซคีต้องถูกปิศาจ กินแน่ๆ.. จึงได้บอกให้ ไซคีอยู่กับบ้านไม่ต้องกลับไปที่ปราสาทอีกแล้ว..

" ถ้าเจ้ากลับไปคราวนี้.. เจ้าต้องถูกพญาปิศาจที่น่ากลัวนั้น จับเจ้าไปกินแน่ๆ เลย.. " พี่ๆนางกล่าว.. " ไม่มีทางหรอก.. เค้าไม่ใช่ ปิศาจ.. เค้าคือผู้ที่งดงามที่สุด ในความรู้สึก เท่าที่ข้าเคยพบมา.. " .. ไซคีเอ่ย..
" เจ้ารู้ได้อย่างไร.. เจ้าแอบเห็นเค้าหรือ.. ??? "
"............................ ไม่เคย !!"
" แล้วเจ้าแน่ใจได้อย่างไร.. เค้าอาจจะหลอกให้เจ้าตายใจก็ได้.. เอาอย่างนี้สิ.. เจ้าจงทำตามที่พี่บอก.. ในยามค่ำคืน.. เมื่อสามีเจ้าหลับไหล.. จงจุดไฟขึ้น.. เพื่อให้รู้แน่ชัดไปเลย.. ว่า เค้าเป็นปิศาจ หรือเปล่า.. สามีภรรยากัน.. เค้าไม่ปกปิดใบหน้าที่แท้จริงกันหรอก.. ถ้าไม่ใช่ ปิศาจที่น่าเกลียดน่ากลัว.. !!!! " ..

เมื่อไซคี กลับมาที่ ปราสาท.. นางเฝ้าแต่ครุ่นคิดเรื่องที่พี่ๆ นางบอก.. นั่นสิ.. ทำไม สามีเธอต้อง ปกปิด ใบหน้าที่แท้จริงด้วย.. ไหนว่ารักนางมาก.. แต่ไฉนจึง... คิดไป ฯลฯ .. นางไซคี เฝ้าแต่ครุ่นคิดเรื่องนี้.. แต่มิได้เอ่ยปากบอกสามีแต่อย่างใด.. นางครุ่นคิดเพียงแค่ว่า.. คืนนี้.. นางต้องลงมือทำอะไรซักอย่างแล้วสิ.. เพื่อให้ได้เห็นร่างที่แท้จริงของสามี.. แต่..นางจะใช้วิธีใดกัน..

ณ คืนนั้นเอง.. ไซคีเฝ้าแต่ครุ่นคิด ถึงคำที่พี่สาวนางทิ้งไว้..3 'คืนนี้ ในเวลาที่สามีเจ้าหลับไหล.. จงจุดตะเกียงขึ้นให้สว่าง.. และถ้าเค้าเป็น ปิศาจล่ะก็.. ให้ใช้มีด ปักที่กลางอกเค้า.. แล้วเจ้าก็ กลับมาบ้านเรา เข้าใจมั้ย.. ทำได้มั้ย ไซคี..แต่ด้วยความกังวลใจอย่างมากมาย.. คืนนี้ เมื่อยามที่สามีปริศนาของนางหลับสนิท.. นางได้ลุกขึ้นจุดตะเกียงมือหนึ่ง.. อีกมือหนึ่งถือมีด กำไว้แน่น.. แต่ทว่า เมื่อนางได้เห็นร่างที่แท้จริงของสามีนางแล้ว หาใช่ปิศาจ ไม่.. !? แต่กลับเป็นชายที่งดงามที่สุด เท่าที่นางเคยพบเห็นมา.. มือนางเริ่มสั่นเทาด้วยความหลงใหล ในสามีตัวเอง.. จนน้ำมันในตะเกียงหยดใส่แขนของร่างที่นอนอยู่บนเตียง.. ร่างนั้น สะดุ้งตื่นทันที..


" นี่เจ้าเสียสัญญาที่ให้ไว้กับข้าหรือไง.. "
คิวปิดร้องด้วยความโกรธ ระคนเสียใจ ที่ภรรยาเสียคำสัตย์ ที่ให้ไว้ กับตนเอง เรื่องที่ จะไม่ทำตามที่พี่สาวนางพูด.. ที่สำคัญ ไซคีทำไปเพราะ ความไม่เชื่อใจนั่นเอง..

" รัก ไม่อาจอยู่ได้ โดยไม่มีความเชื่อถือระหว่างกัน.. "
คำพูดสุดท้ายหลังจากบอกว่าตนเป็นใครกับไซคีแล้ว.. หลังจากนั้น คิวปิดก็ได้ เหาะหนีไป..
" โอ้ กามเทพ.. ผู้ที่ข้ารักยิ่ง.. ข้าขอโทษ .. " นางนั่งร้องไห้จนน้ำตาเหือดแห้งไป.. คิวปิดก็ไม่กลับมา.. หลังจากที่ร้องไห้ จนไม่มีน้ำตาจะไหลแล้ว.. ไซคีเริ่มตระหนักดีว่า.. ตนได้ทำผิดไปเสียแล้ว..

" ท่านจะไปจากข้าชั่วนิรันดร์ หรือ.. แต่ไม่ว่าจะอย่างไร.. ข้าจะใช้ชีวิตที่เหลือตามหาท่าน.. หกแม้นท่านไม่รักข้าแล้ว.. ข้าก็จะพิสูจน์ ให้ท่านรู้ว่า ความรักของข้า ยิ่งใหญ่ เพียงใด.. "

ว่าแล้ว.. นางจึงได้ออกเดินตามหาสามีที่เหาะหนีหายไป.. ไปที่ใด ไม่มีใครรู้.. นางเดินไปเรื่อยๆ.. หยุดที่ไหน พักที่นั่น.. อาหารมี.. ทาน.. ไม่มี อด.. เป็นอย่างนี้ มาแรมเดือนแล้ว.. สามีที่นางรักยิ่งนั้น ก็ไม่ได้กลับมาหานางอ*ก.. จนนางเริ่มที่จะหมดแรง.. แต่แล้ว ก็นึกขึ้นมาได้..

' กามเทพ เป็นลูกของ เทพีแห่งความงาม ถ้าเข่นนั้น เค้าอาจจะไปอยู่กับแม่เค้าก็ได้นี่..' คิดได้ดังนั้น ไซคีก็เริ่มออกเดินทางไปยัง ประสาทแห่ง เทพีความงาม.. วีนัส.. แต่นางหารู้ไม่ว่า.. แม้เป็นเทพีที่ยิ่งใหญ่ปานใด.. แต่จิตใจ.. ไม่ได้มีแค่ความเมตตาเท่านั้น.. เทพีไม่ชอบไซคีมาตั้งแต่แรกแล้ว.. มีอย่างรึ จะช่วยไซคีได้ง่ายๆ.. เมื่อไซคี เข้าขอความเมตตา.. เทพีแห่งความงามจึงเอ่ยขึ้น..



" เจ้านี่ ช่างน่าสมเพชเสียนี่กระไร.. ไม่สามารถเอาใจสามีไว้ได้ จึงต้องระหกระเหินมาถึงที่นี่ เพื่ออ้อนวอนข้า.. แต่เอาเถอะ.. ความอุตสาหะของเต้าเท่านั้น ที่จะช่วยเจ้าได้.. เจ้าต้องไปทำงานให้ข้า ให้สำเร็จ เพื่อวัดความอุตสาหะของเจ้า.. "
ที่จริง แล้ว เทพีคิดว่า หากไซคีทำงานหนักแล้ว.. ร่างกายจะทรุดโทรม และหมดความสวยงามไปในที่สุด.. ทีนี้ ทั้งมนุษย์ และ บุตรสุดที่รักของตน จะต้อง รัก และ บูชานางคนเดียวเหมือนก่อน

" ข้ามีเมล็ดพืชอยู่หนึ่งกอง.. มีรวมกันทั้ง ข้าวสาลี ป็อบปี้ และ ข้าวฟ่าง พรุ่งนี้เช้า เจ้าต้องแยกเมล็ดพันธุ์ เหล่านี้ ให้หมด.. "

ได้ยินดังนั้น ไซคีก็เริ่มร้องไห้อีกครั้ง.. ก็ใครเล่า จะไปแยกเมล็ดพันธุ์ เหล่านั้นได้.. แถมยังกองโตเท่าห้อง อีก.. คราวนี้ นางคงหมดหวังที่จะได้พบ สามีนางเป็นแน่แท้..

" อย่าร้องไห้ไปเลย ไซคี ผู้งดงาม.. พวกเราจะช่วยท่านเอง.."
เจ้ามดน้อยกองพันโตรับอาสาช่วยเหลือ.. ไซคีดีใจมาก..
"ขอบใจจ๊ะ.. เข้ามดน้อย.. " ไซคีกล่าวขอบคุณ..
พอรุ่งเช้า.. พญาเทพีตกใจมาก.. ที่ไซคีสามารถทำงานได้อย่างที่สั่งไว้.. ก็โกรธ และคิดงานใหม่ให้ไซคีทำอีก..

"เจ้าจงไปที่ริมลำธาร ที่เชี่ยวกรากนั่น.. แล้วไปเอาขนแกะสีทอง ของพญาแกะที่อาศัยอยู่ที่ริมธารนั่นมาให้ข้า ซักจำนวนหนึ่ง.. แต่จงระวังตัวไว้เถอะ.. แกะตัวนั้น ดุนักเชียว.. โฮ่ โฮ่ โฮ่ ..."
ไซคี เริ่มหมดหนทางอ*กครั้ง.. ก็ใครเล่า จะเข้าใกล้พญาแกะที่ดุร้ายตัวนั้นได้.. นางเดินเข้าไปใกล้ลำธาร..

' ถ้าตกลงไปในลำธารนี้ล่ะก็.. ไม่ได้ผุดขี้นมาอ*กครั้งแน่ๆ.. '
คิดแล้ว นางก็ขยับตัวเข้าไปใกล้ลำธารอ*ก.. หากแต่เสียงหนึ่งเรียกเบาๆ.. 'โอ้ ไซคี ผู้งดงาม.. อย่าคิดอะไร สั้นๆอย่างนั้นเลย.. ไม่ต้องกลัวนะ.. ตกเย็น เมื่อพญาแกะกลับถิ่น. ขนของมันจะติดอยู่ตามพุ่มไม้ นั่นแหละ เจ้าก็เอาไปให้พระเทวี ได้.. '
ได้ยินดังนั้น.. ไซคีก็ยิ้มออก..
" จะต้องมีใครช่วยเหลือเจ้าแน่ๆ.. ไซคี เจ้าไม่มีทางทำอะไรพวกนี้ได้หรอก.. "
ไซคีไม่ตอบ.. เทพีแห่งความงามโกรธมากขึ้นอีก..
" เจ้าจงไปที่น้ำตกสีดำแล้วนำน้ำนั่นมาให้ข้า.. นั่นคือ แม่น้ำ สติ๊กซ์ ข้าต้องการมันโดยเร็วที่สุด.."
คราวนี้.. เช่นเคย.. แม้หนทางลำบากเช่นรัย.. ไซคีรู้ว่า จะต้องมีใครมาช่วยนางได้แน่..
" ข้าจะไปเอามาให้ท่านเอง ไซคีผู้งดงาม "
อินทรีย์ ใหญ่องอาจ ตัวหนึ่งรับอาสา.. แน่นอนที่สุด ความแค้นของเทพีสะสมขึ้นเรื่อยๆ.. 'เล่นตรงๆไม่ได้ ก็ต้องใช้เล่ห์ กันบ้าง..'
" เจ้าจงเอากล่องนี้ ไปหา พลอสเซอไพน์ แล้วบอกว่า.. ข้าต้องการความงามของนางมาช่วยเสริมให้ข้าดูสดใสขึ้น.. ให้นางเอาความงามของนางใส่ไว้ในกล่อง แล้ว นำมันมาให้ข้า แล้วเจ้าจะได้พบกับ กามเทพ สามีของเจ้า.."

ไซคีก็มิได้พร่ำบ่น.. อุตสาหะ เพื่อพบ สามี. นางคิดเพียงเท่านี้..
หลังจากที่ได้ความงามจากพระเทพีแห่งโลกันต์ แล้ว.. ไซคีก็คิด.. นี่นางตรากตรำทำโน่นนี่ มาคลอด.. นางคงโทรมมาก.. คิดแล้ว.. นางจึงเปิด กล่องขึ้น.. ???? กล่องเปล่า ????.. เป็นไปได้อย่างไร.. ไหนล่ะ ความงามที่ พระเทพีโลกันต์ ใส่ไว้.. คิดได้เพียงเท่านี้ นางก็ ล้มตัวลงหลับไหล อยู่ ณ ปากทางโลกันต์ นั่นเอง
มืออันแผ่วเบา.. หยิบเอานิทราออกจากตาของไซคี.. เก็บไว้ในกล่องตามเดิม

"ความอยากรู้อยากเห็นของเจ้า
ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นเลยนะ ไซคี.. "
คำพูดพร้อมรอยยิ้มบังเกิดขึ้นตรงหน้า.. สามีที่รัก.. ท่านกลับมาแล้ว..
"นำกล่องนั่นกลับไปให้ท่านแม่ แล้ว.. เรากลับบ้านเรากันเถอะ.. "

คิวปิด.. กามเทพแสนงาม พาภรรยาไปหามารดา แล้วขอให้ อะพอลโล เจ้าแห่งเทพ จัดงานแต่งงานให้ เพื่อที่ วีนัส จะได้ไม่กล้ามากวนชีวิตคู่ของเค้าทั้งสองอีก.. ไซคี ได้ความเป็นอมตะ เปรียบดัง เทวนารี ได้เคียงคู่กับคิวปิดบนสวรรค์ ต่อไป..

important..or not


คนไม่สำคัญ ...!!




สิ่งที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด ... มักเป็นสิ่งที่ไม่สำคัญที่สุด
คือสิ่งที่เราเห็นอยู่ทุกวัน

เราก็คิดอยู่ว่า ... เราก็ต้องเห็นอยู่แบบนั้นต่อไป
ไม่เคยคิดว่าสิ่งนี้มันสำคัญ ไม่เคยเห็นแม้แต่ค่า

เหมือนกับการที่เรา เห็นหน้าใครอยู่ทุกวัน
คน ๆ นั้นวิ่งตามเราอยู่ทุกวัน ใส่ใจเราอยู่ทุกวัน
เราก็มักจะเห็นแค่ว่า...
ใครคนหนึ่งกำลังทำอะไร ที่ดู งี่เง่า น่ารำคาญ



จนวันหนึ่ง ... ถ้าเราสูญเสียคน ๆ นั้นไป
เราก็อาจจะรู้สึกเสียใจบ้าง
เราอาจจะต้องการเรียกร้อง ให้มาเหมือนเดิม
หรือบางที เราก็อาจจะรู้สึกว่าดีใจ
ที่ได้มีชีวิต ที่ปราศจากความรำคาญ

แต่ ... จะมีใครที่เคยรู้สึกถึง
ความรู้สึกของคนที่เป็นผู้ให้ ๆ เราทุกสิ่งทุกอย่าง
บางทีสิ่งที่เขาทำอยู่ อาจไม่ได้ตั้งใจจะให้คุณรำคาญ
แต่เขาทำไปเพราะ ... เขารักคุณจริง ๆ
เหมือนความรักของพ่อแม่...
เหมือนความรัก ของญาติผู้ใหญ่ของคุณ
เหมือนความรักของใครอีกหลายคน ที่ให้คุณด้วยความจริงใจ

คุณเคยคิดว่า ... สิ่งเหล่านี้สำคัญบ้างไหม
คุณเคยคิดว่า ... คุณดูแลพวกเขาดีพอหรือยัง
คุณให้ความสำคัญกับคน-ถูกคนหรือเปล่า
คุณให้ความสำคัญกับคนที่ให้วัตถุคุณ
มากกว่าคนที่ให้ความรู้สึกที่ดี กับคุณหรือเปล่า
สิ่งที่สำคัญมักมองไม่เห็นด้วยตา แต่ต้องมองด้วยหัวใจ
แต่เรามักไม่มีเวลาพอ ที่จะใช้หัวใจมอง

เรามองอะไรแค่ฉาบฉวย ... แล้วก็ตัดสิน
เรามองดูความรวยความจนของคน ที่สิ่งของที่เขาใช้
เรามองความดีของคน ตรงที่เขาแสดงให้เราเห็น
เรามองอะไรหลายอย่าง ด้วยตา
แล้วเราก็ตัดสินคน เพียงแค่เวลาไม่เกิน 5 นาที
เราต้องสูญเสียมิตรที่ดีไป เพียงเพราะเราอ้างว่า ... ไม่มีเวลา

เราไม่มีเวลา ก็ต่อเมื่อเราไม่สนใจ
เราไม่ให้ความสำคัญต่อสิ่งนั้น ต่อคน ๆ นั้น

แต่ถ้าลองมองย้อนดู
ทำไมเราถึงมีเวลาทำอะไรมากมาย ในแต่ละวัน

เพราะเราให้ความสนใจ ให้ความสำคัญ
ทำไมคุณไม่ลองให้ความสำคัญ กับสิ่งที่คุณลืมไป
กับคนที่หวังดีกับคุณ แต่คุณไม่เคยมอง

อย่าปล่อยให้มิตรภาพดี ๆ ต้องมีรอยร้าว
เพราะเมื่อวันหนึ่งที่คน ๆ นั้นต้องจากเราไป
เราจะได้จากกัน ด้วยความรู้สึกที่ดี
เราจะได้ไม่รู้สึกผิดเพราะว่า ... เรายังทำดีกับเขาไม่เพียงพอ

some..one

คนที่ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นของเรา


อกหัก





มีบางครั้ง... ที่ชีวิตเราเกิดรู้สึกประทับใจใครสักคน
ในเวลาที่เราไม่อาจสามารถทำอะไรได้
แม้มันเป็นเรื่องน่าเสียดาย... เพราะว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ที่เราจะพบใครคนหนึ่ง ที่สามารถตอบตัวเองได้ว่า... เป็นคนที่ตามหามาตลอด
และมันก็ยากพอๆ กับการ ตัดใจ...



"ความรัก" เป็นความรู้สึกที่บางครั้งอยู่นอกเหนือการควบคุมของความคิด
แต่ขณะเดียวกัน การแสดงออก และการกระทำต่างๆ นั้น
กลับต้องใช้หัวใจและสมองไปพร้อมๆ กัน



หัวใจ... จะคอยบอกเราว่ารักได้ เพราะมีสิทธิ์ที่จะรัก
สมอง... จะบอกว่ารักและแสดงออกได้แค่ไหน
"คนบางคนเกิดมาเพื่อให้เรารัก แต่ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นของเรา"



ทำได้ไหม... รักในแบบไม่เรียกร้อง
ไม่ต้องการอะไร
รักเพราะรู้สึกรัก... เพราะว่ารักเต็มตื้นอยู่ในหัวใจ
ปล่อยให้คนที่เรารักมีชีวิตของเขา...
...อยู่บนเส้นทางของเขา... กับคนของเขา



ในขณะที่ความรักของเราก็ดำเนินต่อไป
ให้ความถูกต้องยิ่งใหญ่อยู่ในสมอง
ให้ความรักงดงามอยู่ในหัวใจ...
... ตลอดไป...


not....and not


หยุดวิ่งตาม ใครคนนั้นสักครั้ง

ความรัก อกหัก





หากเราหาเหตุผลให้กับตัวเอง
ว่าทำไมเราถึงรักคนๆ นี้นัก
แล้วเหตุผลที่ได้ มีแค่เพียง...รักเพราะรัก


ฟังดูอาจเลื่อนลอยไร้จุดหมายเกินไป
แต่สำหรับคนที่รักกัน เหตุผลเพียงแค่นี้
ก็เพียงพอที่จะสานต่อความรักให้อยู่ต่อไป


แต่กับคนที่เรารักเค้า แล้วเค้าไม่รักเรา
ไม่เคยจะมองเห็นแม้แต่คุณค่าในตัวเรา
ต่อให้เราหยิบยื่นสิ่งดีๆ ให้เค้าเพียงไหน
หรือให้เหตุผลมากมายในคำว่ารักที่เรามีให้
เค้าก็คงมองไม่เห็นมันเหมือนกัน



และกับคนประเภทนี้ ยิ่งเราเรียกร้องมากแค่ไหน
ก็จะยิ่งสร้างความเหนื่อยใจให้กับเราเท่านั้น
ถ้าคุณมีความสุขกับมันก็ดีไป
แต่สุข...แล้วเหนื่อยใจก้อน่าคิดเหมือนกัน





คนเราเหนื่อยแล้วก็ต้องพัก
ต้องหาทางออกที่ทำให้เราดีขึ้น
กับเรื่องของความรักก็เช่นกัน
เมื่อเราต้องเหนื่อยล้าเพราะมัน
คงต้องพักซะบ้าง...
ลองหยุดวิ่งตามเค้าสักครั้ง
แล้วมาเดิน(แค่เดิน)ตามตัวเองดูสักหน
คุณอาจรู้สึกดีกว่าการต้องวิ่งตามใครคนนั้น



Ps... อย่างน้อยๆ คุณจะพบว่า
การเรียนรู้ที่จะรักตัวเองนั้นไม่ทำให้เราเหนื่อยใจเลย ...


ฟังดูอาจเลื่อนลอยไร้จุดหมายเกินไป แต่สำหรับคนที่รักกัน เหตุผลเพียงแค่นี้ ก็เพียงพอที่จะสานต่อความรักให้อยู่ต่อไป แต่กับคนที่เรารักเค้า แล้วเค้าไม่รักเรา ไม่เคยจะมองเห็นแม้แต่คุณค่าในตัวเรา ต่อให้เราหยิบยื่นสิ่งดีๆ ให้เค้าเพียงไหน หรือให้เหตุผลมากมายในคำว่ารักที่เรามีให้ เค้าก็คงมองไม่เห็นมันเหมือนกัน และกับคนประเภทนี้ ยิ่งเราเรียกร้องมากแค่ไหน ก็จะยิ่งสร้างความเหนื่อยใจให้กับเราเท่านั้น ถ้าคุณมีความสุขกับมันก็ดีไป แต่สุข...แล้วเหนื่อยใจก้อน่าคิดเหมือนกัน